ดีลช่ามาแชร์! : วิธีถนอม ‘ สายชาร์จ ’ ง่ายๆ ที่ทำให้ใช้งานได้นานๆ

ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ ดีลช่าได้ยินเสียงบ่นของเพื่อนๆ บ่อยมากเลยค่ะเกี่ยวกับเรื่องของ ‘ สายชาร์จ ’ ไม่ว่าจะเป็น สายชาร์จพังไว, สายชาร์จขาด, ชาร์จแบตไม่เข้า, ฯลฯ เลยทำให้ย้อนกลับมามองว่า ก็จริงเหมือนกันแฮะ เพราะดีลช่าก็เคยประสบปัญหานี้มาเหมือนกัน บางทีค่าสายชาร์จรวมๆ กันแล้ว เผลอๆ จะมากกว่าค่าเครื่องโทรศัพท์อี๊ก เพราะงั้น ดีลช่าเลยไปค้นหาวิธีที่จะช่วย ‘ถนอมสายชาร์จ’ ให้อยู่กับเราไปนานๆ และนำมาฝากเพื่อนๆ ทุกคนด้วยค่ะ

วิธีถนอม ‘ สายชาร์จ ’ ให้ใช้งานได้นานๆ

4 วิธีง่ายๆ ในการถนอม สายชาร์จ

1. เก็บสายชาร์จให้ถูกวิธี

cr-the-wirecutter
cr-the-wirecutter

เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงเป็น เวลารีบๆ เก็บสายชาร์จมักจะหยิบแล้วยัดๆ ใส่กระเป๋าโดยที่ไม่ได้ดูเลยว่าสายชาร์จอยู่ในสภาพไหน ซึ่งขอบอกเลยว่าเป็นอะไรที่ผิดมากๆ ค่ะ เพราะสายชาร์จของเราอาจเกิดการหักงอ หรือถูกสิ่งของอื่นๆ ในกระเป๋าทับ ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่ข้อต่อของสายชาร์จจะหักง่ายนั่นเอง เพราะฉะนั้นวิธีง่ายๆ เลยก็คือ เพื่อนๆ ควรม้วนสายชาร์จเป็นวงกลมใหญ่ๆ โดยให้ตำแหน่งของหัวต่อทั้งสองข้างอยู่ใกล้กัน จากนั้นก็หาที่ล็อคสายชาร์จมาล็อคอีกที ซึ่งหาซื้อได้ตามตลาดนัดทั่วไป อันละไม่กี่สิบบาทเองค่ะ

โดยเฉพาะผู้อ่านที่ใช้สายของ iPhone ก็จะรู้ดีกว่าข้อต่อมันหักง่ายมากๆเลย (แอดมินก็เป็น) ตอนนี้ แอดมินเลิกยัดๆเข้ากระเป๋าแล้ว แต่ม้วนมันดีดี บางครั้งก็ไม่ได้ใส่เครื่องป้องกันอะไรนะคะ (เพราะขี้เกียจ…อิอิ) แต่ก็พยายามม้วนดีดี เดี๋ยวมันพัง แพงอยู่นะ

หรือถ้าใครพอจะมีความพยายาม ดูที่รูปที่แอดมินหามานะคะ การนำสายรัดแบบผ้าหรือพลาสติกมารัดทุกทั้งที่เราเก็บลงกระเป๋า นอกจากจะป้องกันการพันกัันของสายที่จะทำให้เราปวดหัวตอนคลี่มันออกแล้ว ยังป้องกันสายไม่ได้พับ หัก งอ ได้ด้วยค่ะ และเจ้าที่รัดสายนี้ ผู้อ่าน สามารถนำไปปรับใช้กับ หูฟัง ได้ด้วยนะคะ

2. อย่าทำให้ข้อต่อโค้งงอ

cr-techmoblog
cr-techmoblog

จากข้อที่แล้ว ไม่เพียงแต่การเก็บสายชาร์จไม่ถูกวิธีเท่านั้นนะคะ ที่จะทำให้ข้อต่อเกิดการโค้งงอ เพราะการชาร์จในที่แคบ หรือการชาร์จไปเล่นไปก็เป็นสาเหตุทำให้ข้อต่องอได้เช่นกัน นอกจากนี้ การชาร์จไปเล่นไป ยังทำให้สายชาร์จมีการกระชากไฟ และบางทีเราลืมตัว เผลอดึง หรือเผลอไปทับสายชาร์จ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สายชาร์จพังไวนั่นเอง

วิธีการแก้ไขของสายรั้งจนหักนี้ คือ อย่าดึงสายให้ตึงเกินไปตอนชาร์จ พยายามให้หย่อนนิดๆค่ะ ง่ายแค่นี้เอง หรือหาอะไรมาต่อให้สายเรายาวขึ้น เพราะบางครั้ง เรานอนอยู่บนเตียง ก็เป็นกรณีบังคับโดยระยะห่างของเตียงและปลั๊กใช่ไหมคะ ดังนั้น อาทหัวต่อมาทำให้ตัวที่ชาร์จเรายาวขึ้น ก็น่าจะช่วยได้นะคะ

ถึงแม้ ข้อนี่น่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สายชาร์จเราพัง แต่มันก็เลี่ยงไม่ได้ ใครจะมานั่งระวัง บังคับให้สายมันตรงได้ตลอดใช่ไหมล่ะคะ แอดมินก็เป็นอีกคนนึงค่ะ ที่ขี้เกียจ เพราะเราซื้อของมาใช้ใช่ไหมค่ะ ถ้าต้องมานั่งระวังนั่นโน่นเหมือนให้มันใช้เรา ก็ใช่เรื่อง ดังนั้น แอดมินเลยแนะนำให้หาตัวล็อคข้อต่อมาใส่ ง่ายมาก และไม่ต้องพยายามปรับตัวเพื่อมัน ที่สำคัญ ราคาถูกมากค่ะ ตัวอย่างตามข้อ 3 นะคะ

3. ปกป้องข้อต่อของสายชาร์จด้วยตัวเอง

indiegogo

ลองหาสปริงจากปากกาเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้ว มาพันรอบสายชาร์จตรงข้อต่อดู แล้วอาจจะหาเทป หรือท่อหดมาพันทับอีกที ซึ่งวิธีนี้ช่วยได้พอสมควรเลยค่ะ เพราะตรงช่วงข้อต่อเป็นจุดที่อ่อนไหวทีี่สุด และพังง่าย การทำแบบนี้ก็เหมือนเป๋็นการปกป้องสายชาร์จ และช่วยไม่ให้ข้อต่อของสายชาร์จหักหรืององ่ายค่ะ

แต่จะมานั่งหาของเก่าๆ และนั่งทำ DIY ก็จะดูพยายามไปนิดนึงค่ะ แอดมินแนะนำให้ ‘เดินไปซื้อ’ มาให้มันจบๆไปค่ะ ตามรูปเลย มันจะเป็นพลาสติก มาหุ้มสายค่ะ ซื้อมาครั้งเดียวจบ มีหลายดีด้วยนะ เพื่อนๆหลายคนคงเห็นกันมาบ้างแล้วแหละ 

ตัวล็อคแบบนี้ เดินตลาดนัดสยามตอนเย็น 10 – 20 บาทเองนะคะ แอดมินซื้อมาเยอะมากเลย เพราะมันไม่ได้ทนมากหรอก ก็มันถูกนี่เนอะ แต่สายเราไม่หักเลยนะคะ เอาของ 10 – 20 บาท มาทำให้สายราคา 1,250 บาทของเราใช้ได้นานขึ้น ถือว่าคุ้มอยู่นะคะ

4. เลือกซื้อสายชาร์จที่แข็งแรงทนทาน

item_xl_4771267_1409057

ถ้าหากสายชาร์จที่มากับโทรศัพท์ไม่แข็งแรงพอ ขอแนะนำให้ลองมองหาสายชาร์จยยี่ห้ออื่นๆ ที่มีชื่อเสียงเรื่องความทนทาน และไม่พังง่ายนะคะ เช่น สายชาร์จแบบไนล่อนถัก ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทัั่วไป (แต่ต้องเป็นร้านที่ไว้ใจได้ด้วยนะ) และมีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกเลยค่ะ (เลือกยี่ห้อที่มีชื่อเสียงหน่อยนะ) ถึงแม้ราคาจะสูงกว่าสายชาร์จปกติ แต่แลกมาด้วยอายุการใช้งานที่ยืนยาว และความแข็งแรงคงทน คุณภาพดี ก็น่าซื้อนะคะ

แต่ก่อนอื่นเลย เราก็ควรหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนนะคะ ว่าปัญหามันเกิดจากอะไรกันแน่ โดยเริ่มจากการตรวจปลั๊กไฟก่อน โดยลองย้ายไปเสียบชาร์จที่ปลั๊กที่อื่น ถ้าใช้งานได้ปกติิก็แปลว่าปัญหาไม่ได้เกิดกับสายชาร์จแล้วค่ะ หรือว่า ลองนำสายชาร์จอันเดิมของเรา ไปเสียบกับอุปกรณ์ หรือโทรศัพท์เครื่องอื่นดูนะคะ ถ้ายังชาร์จไฟเข้า ก็อาจจะเป็นปัญหาที่ตัวอุปกรณ์ค่ะ แต่ถ้าลองทั้งสองวิธีแล้ว ยังชาร์จไม่เข้าเช่นเดิม ก็คงเป็นที่ตัวสายชาร์จแล้วล่ะค่ะ ได้ฤกษ์ซื้อสายชาร์จเส้นใหม่กันไปเลย

เอาดีดี บางครั้ง เพื่อนแอดมินชอบมาบ่นว่าสายชาร์จพังบ่อย แต่พอไปดูของนาง สายชาร์จซื้อมา 100 บาท อะไรแบบนั้น สายของปลอมมันก็ต้องพังง่ายกว่าปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าเราจะถนอมมันยังไง แต่ถ้าซื้อมา 100 บาทจริง ก็ใช้ๆไปเถอะค่ะ พังแล้วซื้อใหม่เลย แต่มันอาจจะอันตรายนะคะ เรื่องกระแสไฟ และวัสดุนำไฟฟ้าภายในสายเป็นต้น (แอดมินกลัวเครื่องระเบิด) ดังนั้น ซื้อสายชาร์จของแท้ไปเลยดีกว่าค่ะ คุณภายดี ใช้ได้นานกว่ามาก (จริงๆ) แต่เพื่อนๆบางคนอาจจะอยากได้สายชาร์จเท่ๆ ใช่ไหมคะ อันนี้ไม่ว่ากัน แต่ว่า ต้องหายี่ห้อที่ดีหน่อย และต้องมั่นใจว่าเป็นของแท้ เช่นสายที่แอดมินใช้อยู่ ยี่ห้อ Remax ของปลอมเกลื่อนตลาดนะคะ ดังนั้น ดูดีดี ซื้อกับร้านที่ไว้ใจได้นะคะ แอดมินเป็นห่วงค่ะ

ส่งท้าย

หากเพื่อนๆจะซื้อสายชาร์จใหม่ แต่อยากได้ของแท้ๆ แบบมั่นใจ แอดมินขอแนะนำร้านค้าออนไลน์ที่ไว้ใจได้ ตาม list ด้านล่างนะคะ เพราะเป็นร้านที่ไว้ใจได้ทั้งนั้นเลย และที่สำคัญ เว็บไซต์เหล่านี้เป็น partner กับดีลช่าค่ะ ซึ่งยินดีที่จะมอบเงินคืนให้เพื่อนๆ ทุกครั้งที่ช้อปด้วยนะคะ รายชื่อร้านค้ามีดังนี้

1. Cmart รับเงินคืน 10%
2. TARAD รับเงินคืน 5%
3. Shopat24 รับเงินคืน 2%
4. Advice รับเงินคืน 1.52%
5. Big C รับเงินคืน 1.1%
6. AIS Online Store รับเงินคืน 1%
>>> ถ้าสนใจซื้อสินค้าจากร้านค้าเหล่านี้ พร้อมรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อป คลิกตรงนี้เลย

ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้ เป็นเว็บที่ไว้ใจได้ทั้งนั้นเลยค่ะ เพื่อนๆ หมดกังวลได้เลยว่าจะได้ของไม่ดีหรือเปล่า สบายใจที่จะควักเงินจ่าย สบายใจที่จะได้ของดีมีคุณภาพในราคาที่ถูกมากด้วย คุ้มมากๆ เลยน๊า

ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่เพื่อนๆจะได้รับเงินคืน ต้องเป็นสมาชิก Dealcha! ก่อนนะคะ คลิกสมัครที่นี่ ซึ่งสมัครฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียบแอบแฝง 100% นะคะ สมัครเลย ไม่มีอะไรต้องเสียค่ะ

%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87-fb2