1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (6 votes, average: 4.17 out of 5)
loadingLoading...

เที่ยวโตเกียว – 10 สถานที่ห้ามพลาด Check-In เมื่อไป TOKYO

เที่ยวโตเกียว กันมั้ย? เพราะโตเกียว (Tokyo) เป็นเมืองหลวงและเป็นหนึ่งใน 47 จังหวัดของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ติดกับอ่าวโตเกียวในภูมิภาคคันโต (Kanto) ในตอนกลางของประเทศ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า มหานครโตเกียว (Tokyo Metropolis) เป็นแหล่งความเจริญสูงสุดแห่งหนึ่งของทวีปเอเชียและของโลก

เที่ยวโตเกียว - 10 สถานที่ห้ามพลาด Check-In เมื่อไป TOKYO

สถานที่เที่ยวในโตเกียว มีทั้งแนวโบราณสถาน วัดและศาลเจ้า ไปจนถึงสวนสารธารณะสวยๆ อีกทั้งเป็นแหล่งช้อปปิ้งและแหล่งบันเทิงที่หลากหลาย และเป็นมหานครที่ไม่เคยหลับอีกแห่งของโลกเลยก็ว่าได้

และสำหรับใครที่กำลังวางแผนจะไปตะลุยเที่ยวโตเกียว ไม่ว่าคุณจะไปเดี่ยว ไปคู่ หรือไปเป็นกลุ่ม วันนี้ Dealcha! มีรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมให้คุณไปเที่ยวโตเกียวแบบครบทุกรส เก็บตกทุกที่เที่ยวสุดฮิต รับรองว่าไม่พลาด Landmark ดีๆ แน่นอน กับ 10 สถานที่ห้ามพลาดเช็คอิน! เมื่อไป เที่ยวโตเกียว

หวังว่า ไฮไลท์ของสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ให้คุณไเลือกลงบันทึกการเดินทางไปเช็คอินกันได้อย่างจุใจ

 

10 สถานที่ห้ามพลาดเช็คอิน! เมื่อไป เที่ยวโตเกียว

 

#1 สวนสาธารณะอุเอะโนะ (Ueno Park)

รูปจาก http://www.bestplacesphoto.com
รูปจาก http://www.bestplacesphoto.com

สวนอุเอโนะ (Ueno Park) นั้นถือเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของญี่ปุ่นที่เปิดให้บริการเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1873 ซึ่งก่อนหน้านั้นพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นของวัดคันเอจิ (Kaneiji Temple) มาก่อน ปัจจุบันกลายเป็นสวนสาธารณะอันเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว

สวนอุเอะโนะแห่งนี้เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ที่แห่งนี้เคยมีการสู้รบกัน (Boshin Civil War) ระหว่างฝ่ายรัฐบาลเมจิ (Meiji) และฝั่งโชกุน มีโชกุนโทคุกาวา (Tokugawa) เป็นแม่ทัพใหญ่ การสู้รบครั้งนี้ฝ่ายรัฐบาลเมจิได้รับชัยชนะ และได้จัดตั้งพื้นที่บริเวณนี้เป็นสวนอุเอะโนะ (Ueno Park) มีการสร้างอนุสาวรีย์ให้กับไซโกะ ทาคาโมริ (Saigo Takamori) ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ที่ทำให้รัฐบาลเมจิได้รับชัยชนะ

ภายในมีทั้งวัด ศาลเจ้า ทะเลสาป และสวนสัตว์ มีต้นไม้มากมาย ให้บรรยากาศร่มรื่นจึงเป็นสถานที่ที่ชาวโตเกียวนิยมมาพักผ่อนกัน และในฤดูใบไม้ผลิของทุกๆปีสวนอุเอโนะจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีงาน เทศกาลชมดอกซากุระ เป็นไฮไลท์ อีกทั้งยังล้อมรอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของโตเกียวทำให้มีความสะดวกเหมาะเป็นจุดแรกๆที่ควร “เช็ค-อิน!”

 

#2 พระราชวังอิมพีเรียล (Tokyo Imperial Palace)

รูปจาก https://travel.gaijinpot.com
รูปจาก https://travel.gaijinpot.com

พระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) คือสถานที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ ล้อมรอบด้วยคูน้ำและกำแพงหินสูงตระหง่าน ประกอบด้วยพระตำหนักและอาคารต่างๆมากมาย

ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของปราสาทเอโดะ (Edo Castle) ที่อยู่ของโชกุนโทคุกาวา (Tokugawa) ผู้ปกครองประเทศญี่ปุ่น ในช่วงปี 1603-1867 หลังจากโชกุนได้หมดอำนาจได้มีการย้ายเมืองหลวงจากเกียวโต มายังโตเกียว จึงได้มีการสร้างพระราชวังอิมพีเรียลเพื่อเป็นที่อยู่ของจักรพรรดิเมจิ

ตรงตำแหน่งของประสาทเอโดะโดยสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1888 และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวพระราชวังอิมพีเรียลได้รับความเสียหายมากจากการสู้รบ หลังจากสงครามสงบลงจึงได้มีการบูรณะ ซ่อมแซมใหม่ โดยคงไว้ซึ่งรูปร่างเดิม

นอกจากนี้ในปัจจุบันพระราชวังอิมพีเรียลแห่งนี้ยังใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดงานพิธีสำคัญๆอีกด้วย การเดินมายังปราสาทก็สะดวกง่ายดาย จากสถานนีโตเกียวใช้เวลาแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น

 

#3 วัดอาสะกุสะ (Asakusa Kannon Temple)

หรือวัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple) ในเขตอาสะกุสะ

รูปจาก https://us.jnto.go.jp
รูปจาก https://us.jnto.go.jp

วัดเซนโซจิ(Sensoji Temple) เป็นวัดใหญ่ในย่านอาซากุสะ จนบางคนนิยมเรียกว่าวัดอาซากุสะ หรือวัดโคมแดง (Asakusa Kannon Temple) เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และเป็นที่นิยมมากที่สุดวัดหนึ่งของเมืองโตเกียว มีประวัติความเป็นมาว่า เมื่อ ค.ศ. 628 มี 2 พี่น้องชาวประมง พบองค์เจ้าแม่กวนอิม (Kannon) ขนาดเล็กที่แม่น้ำซูมิดะ (Sumida) แม่น้ำในย่านอาซาคุซะ และได้นำกลับเข้าหมู่บ้านในอาซาคุสะ

ต่อมาที่หมู่บ้านนี้ก็ได้สร้างวัดจากบ้านหลังหนึ่งเพื่อเป็นที่เก็บรักษาองค์เจ้าแม่กวนอิม และหลังจากนั้นก็ได้สร้างวัดเซ็นโซจิขึ้นใน ค.ศ. 645 โดยวัดเซ็นโซจิถูกทำลายลงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากนั้นก็มีการสร้างใหม่ขึ้นมาอีกเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่และความสงบสุข เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวของชาวญี่ปุ่น

ไฮไลท์อยู่ที่ีซุ้มประตูสีแดง มียักษ์เฝ้าประตูทั้ง 2 ฝั่งและที่ขาดไม่ได้คือโคมสีแดงขนาดใหญ่แขวนอยู่เด่นตระหง่าน ซึ่งในหนึ่งปีนั้นจะมีการยกโคมลูกนี้ไปเก็บด้วย 2 เหตุผลเท่านั้นคือ เนื่องในเทศกาลซานจะ (Sanja-Matsuri) กับเมื่อมีพายุไต้ฝุ่นเข้าเท่านั้น ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของวัดซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันอย่างไม่ขาดสาย

 

#4 ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market)

รูปจาก https://www.japantimes.co.jp
รูปจาก https://www.japantimes.co.jp

ถ้าไปญี่ปุ่นแล้วไม่ไปได้กินปลาดิบ ถือว่าไปไม่ถึง! ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Shijō) เป็นตลาดค้าส่งปลา, ผักและผลไม้ขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโตเกียว

ตลาดปลาแห่งนี้นับเป็นที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ในแต่ละวันจะมีการซื้อขายปลาจำนวนมากถึง 2,000 ตัน เลยทีเดียว

พื้นที่ในตลาดมีทั้งส่วนขายส่ง และขายปลีก สินค้าที่ขายในตลาดนอกจากปลาแล้วยังมีอาหารทะเล ผลไม้ และร้านอาหารประเภทปลาดิบ ซูชิ

ด้วยความที่ตลาดปลาแห่งนี้เป็นตลาดใหญ่ มีอาหารทะเลขายมากมาย มีการประมูลปลาทูน่า จึงเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ที่ต้องการมาดูบรรยากาศการประมูล และเดินเที่ยวชมตลาด โดยไฮไลท์เด่นๆของตลาดปลาซึกิจิ Tsukiji Market มีดังนี้

  1. ชมการประมูลปลาทูน่า การเข้าชมการประมูลจะจำกัดเพียงวันละ 120 คน เท่านั้น ผู้ที่สนใจชมการประมูลต้องมาเข้าคิวตั้งแต่ตี 3 และจะเริ่มประมูลตั้งแต่ตี 5:25 ไม่มีค่าใช้จ่ายในการชม
  2. ชมตลาดปลาด้านนอก โซนนี้มีนักท่องเที่ยวมากที่สุด มีร้านค้าปลีกมากมาก ขายอาหารทะเล วัตถุดิบทำอาหาร และยังมีร้านอาหารมากมาย
  3. กินปลาดิบ – ซูชิ ตลาดปลาซิกิจิเป็นแหล่งวัตถุดิบคุณภาพดี รอบๆ ตลาดปลาจึงมีร้านอาหารมากมาย ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 500 เยน ไปจนถึง 10,000 เยน ขึ้นกับชื่อเสียง และคุณภาพวัตถุดิบ

 

#5 ฮาราจุกู (Harajuku)

รูปจาก www.tokyostreetview.com
รูปจาก www.tokyostreetview.com

ฮาราจูกุ (Harajuku) เป็นที่น่าสนใจกับผู้ที่ชื่นชอบการแต่งตัวแต่งหน้าแบบแปลกๆ ที่แห่งนี้วัยรุ่นของญี่ปุ่นจะชอบมาเดินอวดแฟชั่นหลุดโลกที่พวกเขาต่างชื่นชอบ โดยวันอาทิตย์จะเป็นวันที่วัยรุ่นเหล่านี้จะมาร่วมตัวกัน

นอกจากนั้นแล้วที่แห่งนี้ก็ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งของเหล่าบรรดาวัยรุ่นพวกนี้อีกด้วย ที่ฮิตๆก็จะมี ถนนทาเคชิตะ ( Takeshita Dori ) และถนนโอโมโตะซานโดะ (Omotosando)

  1. ถนนทาเคชิตะ ( Takeshita Dori ) ถนนเล็กๆ หน้าสถานีฮาราจูกุ เต็มไปด้วยร้านค้าเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง เครื่องประดับ ทั้งแบบสวยหวาน น่ารัก ไปจนถึงแบบหลุดโลก
  1. ถนนโอโมโตะซานโดะ (Omotosando) ถนนสายแบรนด์เนม วัยรุ่นจะแต่งกายมาอวดโฉมกัน และหากใครที่มองหาของฝากก็ต้องไปที่ Oriental Bazzar ร้านขายของที่ระลึกของฝาก สินค้าก็จะเป็นแนวที่บ่งบอกถึงความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน

 

#6 ชิบูย่า (Shibuya)

รูปจาก https://www.connections.be
รูปจาก https://www.connections.be

ชิบูย่า (Shibuya) เป็นศูนย์รวมทางด้านวัฒนธรรมและแฟชั่นของวัยรุ่นญี่ปุ่น ที่แห่งนี้เป็นแหล่งช้อปปิ้งขึ้นของญี่ปุ่นเป็นย่านที่รายล้อมไปด้วยร้านค้ามากมาย ทั้งร้านอาหาร และไนท์คลับ

ที่นี่ถือเป็นย่านที่ที่มีชีวิตชีวาและมีนักท่องเที่ยวผ่านเข้ามาตลอด 24 ชั่วโมงกันเลย ส่วนที่สำคัญที่เป็นที่รู้จักและจดจำกันได้ก็คือ สี่แยกขนาดใหญ่ที่อยู่หน้าทางออกของสถานีรถไฟที่เราเคยเห็นกันบ่อยๆ ในภาพยนตร์ดังหรือซีรี่ย์ของญี่ปุ่น ที่จะมีคนนับร้อยเดินข้ามห้าแยกสวนกันไปมา

และอีกสิ่งก็คือรูปปั้นของฮาชิโกะ (Hachiko) สุนัขที่โด่งดังมาจากความซื่อสัตย์ของมัน ชิบูย่าถือเป็นอีกที่ ที่ควรมาเช็คอินสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่าที่นี่มีความน่าสนใจอย่างไรบ้างทำไมทุกคนจึงอยากมากันมากนัก

 

#7 ชินจูกุ (Shinjuku)

รูปจาก https://res.cloudinary.com
รูปจาก https://res.cloudinary.com

ชินจูกุ (Shinjuku) เป็นแหล่งช้อปปิ้งขึ้นชื่ออีกแห่งของโตเกียวและเป็นชุมทางการขนส่ง ด้วยที่แห่งนี้ได้รวมเอาบรรดาสินค้านานาชนิดมารวมกันไว้ที่นี้ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย สินค้าแบรนด์เนม เครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านอาหาร ร้านขายยา รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวยามราตรี  

อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่มีห้างสรรพสินค้ามากมาย จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ขึ้นชื่ออีกแห่งของโตเกียว และที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นชุมทางของการขนส่งนั้นด้วย เนื่องจากสถานีชินจูกุเป็นจุดเปลี่ยนต่อรถไฟทั้งบนดินและใต้ดินหลากหลายสาย ในช่วงเวลาเร่งด่วนจึงมีผู้คนเป็นจำนวนมหาศาลเบียดเสียดเร่งรีบเดินทางกัน ถือเป็นสถานีรถไฟที่มีความวุ่นวายมากที่สุดในโลก ก็เป็นบรรยากาศที่ดูวุ่นวายอีกแบบที่น่าจะลองไปดูให้เห็นกับตากัน

 

#8 โอไดบะ (Odaiba)

รูปจาก https://travel.gaijinpot.com
รูปจาก https://travel.gaijinpot.com

หากคุณจะมาท่องเที่ยวในโตเกียวหละก็ สถานที่หนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งคือ โอไดบะ (Odaiba) เป็นเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง โดยการนำ ดิน ทราย มาถม ทะเล ให้เกิดขึ้นเป็นเกาะขึ้นมา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1850 สร้างกันมาเป็นร้อยปีเลยทีเดียว

เกาะนี้เป็นเกาะที่แสดงให้เห็นถึง วิสัยทัศน์ และศักยภาพของชาวญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี เป็นเกาะศูนย์กลางความบันเทิงของเมืองโตเกียวเป็นเขตธุรกิจสำคัญ

และเมื่อพูดถึงโอไดบะ ทุกคนจะต้องนึกถึง สะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge) ที่เชื่อมระหว่างเมืองโตเกียวและเกาะโอไดบะเอาไว้ ใกล้กับสะพานนี้ก็มีรูปปั้นเทพีเสรีภาพจำลองตั้งอยู่ สะพายนี้จึงเป็นเครื่องหมายเชิงสัญลักษณ์ของเกาะโอไดบะไปในทันที

นอกจากนี้แล้วก็ยังเป็นแหล่งของแฟชั่นที่ทันสมัย สวนสนุกขนาดใหญ่ และย่านกินดื่มยามค่ำคืน และเป็นที่ตั้งของชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก และอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมาย

 

#9 หอคอยโตเกียว (Tokyo Tower)

รูปจาก https://travel.gaijinpot.com
รูปจาก https://travel.gaijinpot.com

หอคอยโตเกียว หรือโตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) เป็นหอคอยสื่อสารขนาดใหญ่และสวยงามมาก ตั้งอยู่ในเขตมินะโตะ กรุงโตเกียว สูง 332.6 เมตร สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2501 เป็นหอคอยที่ไว้ส่งสัญญาณคลื่นวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ เช่น NHK และ TBS โตเกียวทาวเวอร์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ตัวหอคอยแบบออกเป็น 4 ชั้น ดังนี้

  1. ชั้น 1 Tokyo Tower Aquarium มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่สำคัญที่สุดของประเทศญี่ปุ่น มีปลามากกว่า 50,000 ตัว และกว่า 800 สายพันธุ์ ชั้น 1 – 2 เป็นแหล่งรวมร้านขายของมากมายสามารถหาซื้อของที่ระลึกได้ที่นี่ และยังมีร้านอาหารอีกหลายร้านให้เลือกด้วย 
  2. ชั้น 3 Tokyo Tower Carnival ในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่ชั้นนี้ เป็นหุ่นของบุคคลสำคัญของโลก และยังมีโซนพิศวง Mysterious Walking Zone พบกับเทคโนโลยีภาพสามมิติอันล้ำสมัย น่าตื่นตาตื่นใจมาก
  3. ชั้น 4 Tokyo Tower Trick Art Gallery เป็นห้องจัดแสดงภาพศิลปะ กับภาพในระบบ 3D และมีห้องแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะ
  4. จากชั้นที่ 3 – 4 จะสามารมองเห็นวิวทิวทัศน์ของกรุงโตเกียวได้แบบสุดตา โตเกียวทาวเวอร์จะเปิดทำการตั้งแต่ 9.00 – 20.00 น. โดยไม่มีวันหยุด เป็นอีกที่ที่ถือว่าถ้าไม่มาก็เหมือนยังมาไม่ถึงโตเกียว

 

#10 กินซ่า (Ginza)

รูปจาก https://trulytokyo.com
รูปจาก https://trulytokyo.com

กินซ่า (Ginza) เป็นย่านของแหล่งช้อปปิ้งที่หรูหราและทันสมัยของโตเกียว และมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วโลกที่สุดของญี่ปุ่น เป็นแหล่งรวมของบรรดาห้างร้านสินค้าแบรนด์เนมทั้งหลายเอาไว้ อาทิ Hermes, Louis Vuitton, Tiffany, Chanel

กินซ่ามีห้าง Wako ตั้งอยู่ตรงหัวมุมสี่แยกใหญ่เป็นโลโก้ของย่านกินซ่านี้ รวมทั้งห้างอื่นๆ ที่ตั้งอยู่รายรอบ ทั้ง Matsukoshi, Mikimoto, Matsuzakawa, Matsuya, Mosaic, Hankyu และ Seibu

  1. ตรงหัวมุมถนนตรงข้ามห้าง Wako มี Nissan Gallery โชว์รูมแสดงนวตกรรมของรถยนต์นิสันจัดแสดงรถแข่ง Nissan ในสนาม F1 ที่สามารถเข้าชมได้ฟรี 
  2. ตรงหน้าตึกโซนี่ (Sony Building) ก็เป็นแหล่งนักพบของผู้คนญี่ปุ่น ส่วนอาคารนั้นก็เป็นโชว์รูมที่เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์หลากรุ่นของบริษัทโซนี่

นอกจากนี้ก็ยังเป็นแหล่งศูนย์รวมของร้านอาหาร ภัตตาคารระดับ 5 ดาว ไว้มากมาย ยามคำคืนก็มี ไนท์คลับ ผับบาร์ ที่รอให้ความบันเทิง เป็นอีกแห่งที่มีสีสีนครบทุกรส เรียกได้ว่าห้ามพลาดเลยทีเดียวเมื่อได้ไปโตเกียว

 

แนะนำ 5 โรงแรมในโตเกียว

#1 Hotel New Otani Tokyo

รูปจาก https://preferredhotels.com
รูปจาก https://preferredhotels.com

โรงแรมนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนญี่ปุ่นที่มีอายุกว่า 400 ปี ใจกลางกรุง Tokyo ตั้งอยู่ห่างจาก Akasaka-Mitsuke Subway Station เพียง 300 ม. สามารถเดินทางไปยังย่าน Ginza, Shibuya และ Shinjuku ได้โดยง่าย

ราคาเริ่มต้นคืนละ 7,171 บาท พร้อมรับเงินคืน 8% คลิกจองที่นี่

 

#2 Hotel Chinzanso Tokyo

รูปจาก http://www.hotel-chinzanso-tokyo.com
รูปจาก http://www.hotel-chinzanso-tokyo.com

โรงแรมนี้ตั้งอยู่ภายในสวนญี่ปุ่นอันเก่าแก่ ห้องพักกว้างขวางพร้อมวิวสวนหย่อมและวิวเมือง มีบริการนวดด้วยน้ำมันหอม และมีห้องอาบน้ำพุร้อนแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม (ออนเซ็น)ให้อีกด้วย โรงแรมนี้มีการตกแต่งในแนวหรูหราและแบบคลาสสิค

kinsui-21

ราคาเริ่มต้นคืนละ 9,425 บาท พร้อมรับเงินคืน 8% คลิกจองที่นี่

 

#3 Grand Nikko Tokyo Daiba

รูปจาก https://preferredhotels.com
รูปจาก https://preferredhotels.com

อีกหนึ่งโรงแรมที่นักเที่ยวเลือกเข้าพัก ด้วยโรงแรมวิวสวยเห็นทะเลบนมุมสูง และตั้งอยูใกล้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็น อควาซิตี้ โอไดบะ, สถานีโทรทัศน์ฟูจิ หรือ โรงภาพยนตร์เมดิเอจ ที่สำคัญที่นี่มีรถรับส่งไปดิสนีย์แลนด์ฟรีด้วยนะครับ

ราคาเริ่มต้นคืนละ 4,372 บาท พร้อมรับเงินคืน 8% คลิกจองที่นี่

 

#4 Sakura Hotel Ikebukuro

รูปจาก https://cdn.jalan.jp
รูปจาก https://cdn.jalan.jp

โรงแรมทำเลดี เดินทางสะดวกทั้ง JR และ metro ลงสถานี Ikebukuro บริเวณใกล้เคียงมีร้านอาหารมากมาย เรียกได้ว่ามีครบครัน โรงแรมค่อนข้างเงียบ และภายใต้โรงแรมก็จะมี Café เปิด 24 ชั่วโมงให้บริการอยู่ครับ ทั้งโซน indoor และ Outdoor

ราคาเริ่มต้นคืนละ 2,735  บาท พร้อมรับเงินคืน 8% คลิกจองที่นี่

 

#5 Shiba Park Hotel

รูปจาก http://en.shibaparkhotel.com
รูปจาก http://en.shibaparkhotel.com

โรงแรมตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Onarimon Subway Station ห้องพักมีขนาดกว้าง อีกทั้งยังมีบริการที่จอดรถสาธารณะในสถานที่โดยมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอีกด้วยครับ ลีมูซีนดีๆนี่เอง

ราคาเริ่มต้นคืนละ 5,142 บาท พร้อมรับเงินคืน 8% คลิกจองที่นี่


ติดต่อเรา

FB Dealcha Travel: www.facebook.com/DealchaTravel
FB Dealcha Cashback: www.facebook.com/DealchaThailand/
Website: www.dealcha.com

Line: @Dealcha 
Instagram: www.instagram.com/DealchaThailand

รู้ยังช้อปออนไลน์ได้เงินคืน

แชร์บทความนี้

Comments

comments

admin Author