5 หลุมพรางที่ทำให้คุณเก็บเงินไม่อยู่ก่อนอายุ 30

Don’t make these 5 mistakes that will make you lose money before you turn 30!

 


อุตส่าห์ทำงานหามรุ่งหามค่ำมาตลอดทั้งเดือน เงินเดือนออกทั้งทีก็ต้องใช้ซะ! คืนวันศุกร์ต้องไปแฮงค์เอ้าท์ ดีลดีๆ โผล่มาก็ต้องรีบคว้า มือถือรุ่นใหม่ก็อยากได้ แบบนี้ต้องช้อป! …เดี๋ยวๆ ดึงสติแป๊บ! ถ้าคุณยังอายุไม่ถึง 30 เราขอเตือนเลยว่าอย่าทำผิดพลาดตาม 5 ข้อนี้ ชีวิตหลัง 30 จะได้ไม่ต้องมานั่งบ่นเสียใจที่หลังว่า “รู้งี้…ไม่น่าเล้ย”

เริ่มประหยัดวันนี้! Dealcha! Thailand Cashback Site

1.  Shopaholic

        เรื่องช้อปปิ้งเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ถ้าถึงขนาดเครียดเป็นต้องช้อป ว่างเป็นช้อป ช้อปแล้วอารมณ์ดี เห็นป้าย sale เมื่อไหร่เป็นต้องจัดไว้ก่อน ใช้หรือไม่ใช้เอาไว้ว่ากันที่หลัง! อันนี้เข้าขั้นเสพย์ติดหรือที่เรียกว่า Shopaholic แล้วจ้า ยิ่งถ้าใครบ้านหรือที่ทำงานอยู่ใกล้แหล่งช้อปเด็ดๆ และมีบัตรเครดิตในมือสักใบสองใบ รับรองว่าเป็นเรื่อง  เพราะนอกจากจะเสียเงินเกินจำเป็นแล้ว ของที่ซื้อมายังทำให้เราต้องเสียเวลามาดูแล หรือเสียค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บอีกต่อ เงินสดไว้ใช้ยามฉุกเฉินหรือเงินออมก็น้อยลง บางรายแย่หนักถึงขั้นเป็นหนี้บัตรเครดิตก้อนโต พออายุเข้าเลข 3 แทนที่จะเริ่มตั้งตัวได้ กลายเป็นว่าต้องมานั่งเคลียร์หนี้สินที่สร้างเอาไว้แทน ใครมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่ก็รีบลด ละ เลิกให้ได้เร็วๆ นะคะ เลิกคลั่งช้อปได้เมื่อไหร่ เงินเดือนจะเหลือเยอะจนน่าตกใจเลยล่ะ

2. ตามเทรนด์แฟชั่น

        เป็นหนุ่มสาวเทรนดี้มันก็ดีอยู่หรอก เพราะนอกจากช่วยเสริมบุคลิก ทั้งยังทำให้เรามั่นใจในตัวเองและสร้างความประทับใจให้คนอื่นได้ แต่การตามกระแสเรื่อยไปมันก็เปลืองนะเธอ! ของมาใหม่ส่วนใหญ่ก็แพงทั้งนั้น แถมส่วนมากยังมาเร็วไปเร็ว ใช้ได้แป๊บเดียว ไม่นานก็เอ้าท์แล้ว แต่เงินเราที่เอ้าท์จากกระเป๋าไปแล้วมันไม่กลับคืนมานะจ๊ะ

        ทางที่ดีเราควรจะหาสไตล์ของตัวเองให้เจอ แล้วก็เป็นตัวของตัวเองดีกว่า นอกจากจะน่าสนใจกว่าแล้วยังเซฟเงินได้อีกโข ตามแฟชั่นแค่หอมปากหอมคอก็พอ อะไรที่ยังไม่ต้องรีบใช้ก็รอสักสองสามเดือนให้มันลดราคาก่อนก็ได้ ของคุณภาพเท่าเดิม แต่ราคาลดลงย่อมดีกว่าใช่มั้ยล่ะ 😉

3. ใช้เงินมากกว่าที่หาได้

ความที่อายุน้อย ทำให้อาจชะล่าใจว่าเรายังหางานหาเงินได้ง่าย หลายคนเลยไม่ทันสังเกตว่าตัวเองกำลังใช้เงินเกินตัว ตัวอย่างง่ายๆ อย่างการนำเงินในอนาคตมาใช้โดยไม่ระวัง ผ่านทางการผ่อนสินค้าหรือใช้บัตรเครดิต ถ้ามองแค่ยอดเงินที่จ่ายแต่ละเดือนแล้วซื้อเอาๆ ไม่นานได้หนี้ท่วมหัวแน่นอน เพราะต่อให้มีโปรโมชั่นผ่อน 0% หรือจ่ายขั้นต่ำน้อยแค่ไหน มูลค่ารวมที่เราจ่ายไปมันก็เท่าราคาเต็มอยู่ดี ยิ่งถ้าจ่ายช้าเกินกำหนดก็ต้องเจอดอกเบี้ยอย่างเลี่ยงไม่ได้

        นอกจากนั้น ต้องไม่ลืมว่ารายได้ของเรามันมีค่าใช้จ่ายตามมาด้วยเสมอ ไม่ว่าจะค่าเดินทาง ภาษีสังคม เงินที่ต้องเก็บไว้ลงทุนต่อ ฯลฯ ดังนั้น เงินที่อยู่ในมือไม่ใช่ว่าเราจะใช้ได้ทั้งหมด แต่ต้องหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ล่วงหน้าก่อนเสมอ (แม้ว่าจะยังไม่ถึงเวลาจ่ายก็ตาม) ถ้าเผลอเอาเงินส่วนนี้ไปใช้ สุดท้ายจะทำให้เรามีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้ตัวว่าไม่ค่อยระวังเรื่องค่าใช้จ่าย ก็อาจลองเริ่มทำบัญชีรายรับรายจ่ายดูก็ดีนะ ขอบอกว่าช่วยได้เยอะเลยล่ะ

4. เรียนต่อแบบไร้จุดหมาย

        การศึกษาเป็นการลงทุนที่ดีเสมอ แต่ยิ่งเรียนสูงมากเท่าไร ค่าใช้จ่ายยิ่งทวีคูณมากเท่านั้น ดังนั้น ก่อนที่เราจะคิดเรื่องเรียนต่อ ควรลองคิดใคร่ครวญดีๆ ว่าจะเรียนไปเพื่ออะไร เรียนแล้วจะนำไปใช้ได้จริงหรือเปล่า หากจะเรียนเพราะยังไม่อยากหางานทำ โดยจุดประสงค์ที่จะนำสิ่งที่เรียนไปใช้ในอนาคตนั้นยังไม่ชัดเจน เราอาจเสียเงินก้อนใหญ่ไปโดยเปล่าประโยชน์ ยิ่งในกรณีที่ขาดความตั้งใจหรือท้อแท้ในการเรียนเสียก่อน พานให้เรียนไม่จบ หรือระยะเวลาที่ควรจบยืดเยื้อออกไป ยิ่งทำให้สูญทั้งเงินและเวลามากขึ้นไปอีก สู้เอาเวลาไปทำงานเก็บเงินเก็บประสบการณ์เสียยังดีกว่า พออายุเลย 30 ไปแล้วจะได้พอมีทั้งทุน ทั้งประสบการณ์การทำงาน คราวนี้ไม่ว่าจะย้ายงาน จะเป็นเจ้าของกิจการ หรือจะกลับไปเรียนต่อเพราะชัดเจนแล้วว่าควรเรียนอะไรดี ก็เลือกได้เพราะมีเป้าหมายที่แน่นอนแล้วไงล่ะคะ

5. ไม่ยอมซื้อประกัน

        หลายคนไม่มีความคิดเรื่องซื้อประกันชีวิตอยู่ในหัวเพราะคิดว่ายังไม่ต้องมั้ง…เรายังไม่แก่เลยนี่  จะซื้อประกันสุขภาพ…หาหมอครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ยังจำไม่ได้เลย คงไม่จำเป็นหรอกมั้ง การซื้อประกันจึงกลายเป็นเรื่องสิ้นเปลือง ซื้อไปก็ไม่ได้เคลม หรือบางคนที่ออฟฟิศมีประกันกลุ่มและประกันสังคมให้ใช้อยู่แล้ว จะซื้อเพิ่มอีกทำไม ขอบอกเลยว่าคิดผิดจ้า

อย่างแรกที่เราอยากบอกคือ การซื้อประกันคือ การประกันความเสี่ยง เราซื้อเพื่อให้มั่นใจได้ว่า หากเราเจ็บป่วยในอนาคต ต่อให้ไม่มีเงินก้อนอยู่กับตัว เราก็ไม่ต้องกังวลกับค่ารักษาพยาบาลหรือค่าห้องพัก เพราะประกันจะช่วยคุ้มครองในส่วนนี้แน่นอน และข้อไ่ด้เปรียบของการซื้อประกันเมื่ออายุยังน้อย คือ เบี้ยประกันถูกนั่นเอง

ถ้าเลือกซื้อประกันประเภทออมทรัพย์ การซื้อเร็วก็เหมือนออกตัวเร็ว อายุยังไม่เท่าไหร่ก็ส่งครบ ได้เงินคืนก้อนใหญ่กลับมาแล้ว แถมบางกรมธรรม์ยังคุ้มครองต่ออีกด้วย บางบริษัทอาจไม่มีประกันกลุ่มให้พนักงาน ดังนั้นเราจึงควรทำประกันสุขภาพให้ตัวเองนะคะ เพราะถ้าเราเจ็บไข้ได้ป่วยหนักๆ สักครั้ง รับรองว่ารู้เลยว่าการทำประกันสำคัญแค่ไหน แม้เราอาจมีประกันสังคมอยู่แล้ว แต่การมีประกันสุขภาพ นอกจากจะไม่ต้องห่วงเรื่องค่ารักษาแล้ว ยังช่วยให้เราได้รับความสะดวกสบายในการรับบริการ ทั้งยังสามารถเลือกรับบริการในโรงพยาบาลเอกชนต่างๆ ได้มากมายอีกด้วยค่ะ

 

เริ่มประหยัดวันนี้! Dealcha! Thailand Cash Back Website

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *