1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (2 votes, average: 5.00 out of 5)
Loading...

เทคนิคการลงทุนสไตล์ มนุษย์เงินเดือน

ชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้จำกัด ถึงแม้จะมั่นใจได้ว่าจะมีเงินเข้ามาทุกๆ เดือน แต่ก็ไม่มีอะไรจะรับรองได้ว่าอาชีพที่ทำอยู่นั้นจะยั่งยืน เมื่อมีเงินเก็บสักก้อน ก็คิดว่าจะนำไปลงทุนกับอะไรดีให้มันงอกเงย เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต เรามาดูกันดีกว่าว่ามีการลงทุนแบบไหนบ้างที่เหมาะกับมนุษย์เงินเดือน

การลงทุน
เครดิตรูปภาพ http://unsplash.com/

เมื่อพูดถึงการลงทุน แน่นอนว่าคุณจะต้องมีเงินเก็บออมอยู่บ้างแล้วสักส่วนหนึ่ง ซึ่งการเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งคือ คุณสามารถจัดระบบรายได้ที่เข้ามาในแต่ละเดือนได้อย่างชัดเจน เช่น ค่าบ้าน ค่ารถ ค่ากิน ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯ และส่วนที่เหลือเป็นเงินออม หรือบางคนอาจตั้งเป้าเงินออมแต่ละเดือนไว้เลยก็ได้เช่น 10% ของรายได้ หากส่วนไหนไม่พอใช้ก็ต้องประหยัดเอา ซึ่งเมื่อได้เงินออมมาแล้วก็อยากจะนำมาลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงย บางคนอาจไปลงทุนในธุรกิจที่น่าสนใจ เล่นหุ้นออนไลน์หรือลงทุนค้าขายหารายได้เสริม แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ค่อยมีเวลาและไม่กล้าที่จะเสี่ยงมากนัก จึงอยากจะหาการลงทุนที่ให้เงินทำงานและมีคนช่วยดูแลแนะนำให้ อย่างการเล่นหุ้น หรือซื้อกองทุนรวมต่างๆ มาดูกันดีกว่าว่ามีการลงทุนแบบไหนที่ใช่สำหรับมนุษย์เงินเดือนบ้าง

 

1. ฝากประจำ / กองทุนรวมตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น

การลงทุนรูปแบบนี้มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นออมเงิน และยังไม่มีความรู้ในการลงทุนมากนัก คล้ายการฝากประจำทุกๆ เดือนเท่ากันเป็นการสร้างวินัยทางการเงินไปในตัว วิธีการก็ง่ายๆ เพียงแค่ตัดบัญชีเงินฝาก (บัญชีเงินเดือน) ในทุกๆ เดือน เพื่อสะสมไปเรื่อยๆ  โดยมี 2 กลุ่มที่อยากจะแนะนำ นั่นคือ เงินฝากประจำปลอดภาษี กับ กองทุนรวมตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น เงินฝากประจำ KRUNGTHAI ZERO TAX MAX และกองทุนกรุงไทยสะสมทรัพย์ (KTSS) เป็นต้น

 

2. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ตัวนี้เป็นการลงทุนที่มนุษย์เงินเดือนทุกควรต้องทำ! สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีสวัสดิการ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ไว้ให้ เพื่อให้พนักงานออมเงินและจะมีผู้จัดการกองทุนนำไปลงทุนให้งอกเงยให้ โดยกองทุนเหล่านี้มีเพื่อให้คุณมีเก็บเงินไว้ใช้ในยามเกษียณนั่นเอง ซึ่งโดยปกติแล้วคุณสามารถเลือกสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ตั้งแต่ 2-15% (ส่วนนายจ้างจะสมทบเท่าไรขึ้นกับนโยบายของบริษัทนั้นๆ) ซึ่งแนะนำว่าให้ตัด % ที่มากที่สุดเท่าที่จ่ายไหว เพื่อเป็นการสร้างวินัยในการออมเงิน เพราะเงินก้อนนี้คุณหมดสิทธิ์ใช้แน่นอนเพราะจะโดนตัดเข้ากองทุนก่อนเงินเดือนออก

 

3. สหกรณ์ออมทรัพย์

หากที่ทำงานของคุณมีสหกรณ์ออมทรัพย์ การเลือกซื้อสะสมหุ้นของสหกรณ์ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่น่าสนใจ โดยผลตอบแทนที่ได้รับนั้นจะมาจากเงินปันผลในแต่ละปี ซึ่งอัตราผลตอบแทนนั้นดีกว่าเงินฝากธนาคารและกองทุนรวมตราสารหนี้แน่นอน สิ่งที่แต่ต้องคอยตรวจสอบการบริหารงานและการจัดการสหกรณ์ของที่ทำงานด้วยว่า ดีแค่ไหน มีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า เพื่อที่จะได้ลงทุนอย่างปลอดภัยเพราะถือว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงพอสมควร

 

4. กองทุนรวม

สำหรับการซื้อกองทุนรวมจะขอเน้นไปที่กองทุนที่มีความเสี่ยงมากขึ้นกว่ากองทุนรวมในข้อแรกพวกกองทุนรวมตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น เพราะแบบนั้นเสี่ยงน้อยแต่ผลตอบแทนก็น้อยเช่นกัน แต่ข้อนี้จะพูดถึงกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ระดับที่ 4 ขึ้นไป ซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้และผลตอบแทนที่ต้องการของแต่ละคนประกอบกัน ซึ่งกองทุนรวมที่อยากแนะนำได้แก่

 

กองทุนรวม คืออะไร
เครดิตรูปภาพ http://unsplash.com/

กองทุนรวม คืออะไร

กองทุนรวมก็คือการนำเงินของนักลงทุนมารวมกัน เพื่อที่จะเอาเงินเหล่านั้นไปลงทุนใน สินทรัพย์ หรือตราสารต่าง ๆ เมื่อเกิด ผลกำไรสะสม หรือ ขาดทุน ก็จะมาเฉลี่ยจ่ายคืนตามสัดส่วนให้กับผู้ลงทุน

 

นักลงทุนควรรู้ – 8 ระดับความเสี่ยงกองทุนรวมแต่ละประเภท

1. กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ ระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี โดยจะลงทุนเฉพาะพันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง หรือตราสารทางการเงินในประเทศ ที่มีอายุสั้นไม่เกิน 1 ปี เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด และมีโอกาสผิดนัด ชำระหนี้น้อย

2. กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ เป็นการนำเงินจากกองทุนประเภทแรกไปลงทุนในตลาดต่างประเทศบางส่วน ทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากยังคงเน้นลงทุนในตราสารระยะสั้น ทำให้มีความเสี่ยงในระดับที่ต่ำ

3. กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล ระยะเวลามากกว่า 1 ปี ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากช่วงอายุของพันธบัตรที่มีความหลากหลาย จึงเป็นเรื่องของ Maturity Risk หรือการครบกำหนดอายุของตราสาร

4. กองทุนรวมตราสารหนี้ หรือ หุ้นกู้รัฐวิสาหกิจ และหุ้นกู้เอกชน มีดอกเบี้ยสูง แต่ความเสี่ยงก็สูงตาม ซึ่งความเสี่ยง Credit Rating หรือการจัดอันดับความน่าเชื่อถือเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

5. กองทุนรวมผสมระหว่างตราสารหนี้ กับ ตราสารทุน (หุ้น) มีความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งจะเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ระดับปานกลาง

6. กองทุนรวมตราสารทุน ซึ่งมีความเสี่ยงใกล้เคียงกับการลงทุนในหุ้นโดยตรง ซึ่งเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงในระดับที่สูง

7. กองทุนรวมตามหมวดอุตสาหกรรม เน้นการลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม หรือ Sector Fund ซึ่งเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงกว่ากองทุนหุ้นทั่วไป เนื่องจากเป็นกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนเฉพาะใน Sector ที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น

8. กองทุนรวมทางเลือก เช่น ทองคำ น้ำมัน หรือสินทรัพย์เสี่ยง ที่มีความซับซ้อน ซึ่งผู้ลงทุนต้องมีความรู้ความเข้าใจในตลาดทุน

 

KTSTPLUS-A – กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ระยะสั้น พลัส – Class A

ระดับความเสี่ยงกองทุน 4

เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายทั้งใน และต่างประเทศ โดยจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และ/หรือตราสารทางการเงิน ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุนที่มีนโยบายสอดคล้องกับกองทุนฯ โดยกองทุนอาจพิจารณาการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายที่จะจัดการลงทุนเพื่อให้ Portfolio Duration เฉลี่ยของตราสารทั้งหมดของกองทุนไม่เกิน 1 ปี โดยประมาณ

ไม่มีปันผล ไม่กำหนดขั้นต่ำในการซื้อหน่วยลงทุนและการขายคืนหน่วยลงทุน สามารถซื้อขายผ่านระบบ KTAM SMART TRADE ได้ทางออนไลน์ ระยะเวลาการรับเงินเมื่อขายหุ้นคืนกองทุนคือ 1 วัน

▪ ค่าธรรมเนียมการจัดการไม่เกิน 2.00% ต่อปี1
▪ ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ไม่เกิน 0.07% ต่อปี1
▪ ค่าธรรมเนียมนายทะเบียนไม่เกิน 0.50% ต่อปี1

 

RMF1 – กองทุนเปิดกรุงไทยผสมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF 1)

ระดับความเสี่ยงกองทุน 5

เป็นกองทุนรวมที่กระจายเงินลงทุนไปลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ เงินฝากหรือทรัพย์สินอื่น โดยผู้จัดการกองทุนจะปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้
ไม่มีปันผล กำหนดขั้นต่ำในการซื้อหน่วยลงทุนและการขายคืนหน่วยลงทุนที่ 500 บาทสามารถซื้อขายผ่านระบบ KTAM SMART TRADE ได้ทางออนไลน์ ระยะเวลาการรับเงินเมื่อขายหุ้นคืนกองทุนคือ 3 วัน

▪ ค่าธรรมเนียมการจัดการไม่เกิน 1.50% ต่อปี1
▪ ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ ไม่เกิน 0.0725% ต่อปี1
▪ ค่าธรรมเนียมนายทะเบียนไม่เกิน 0.12% ต่อปี1

 

KTLF – กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้นระยะยาว

ระดับความเสี่ยงกองทุน 6

เป็นกองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและหรือตราสารแห่งทุน ซึ่งผลตอบแทนของตราสารดังกล่าวอ้างอิงกับผลตอบแทนของหุ้นหรือหุ้นกลุ่มของบริษัทจดทะเบียน แต่ไม่รวมการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินค้าอ้างอิงเป็นหุ้น/ดัชนีหุ้นของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม รวมทั้งลงทุนในตราสารแห่งหนี้และ/หรือเงินฝากตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตลอดจนหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และตราสารหนี้ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร (Structured Note)

มีปันผลให้ไม่เกินปีละ 4 ครั้ง กำหนดขั้นต่ำในการซื้อหน่วยลงทุนและการขายคืนหน่วยลงทุนที่ 500 บาทสามารถซื้อขายผ่านระบบ KTAM SMART TRADE ได้ทางออนไลน์ ระยะเวลาการรับเงินเมื่อขายหุ้นคืนกองทุนคือ 3 วัน

▪ ค่าธรรมเนียมการจัดการไม่เกิน 1.50% ต่อปี1
▪ ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ ไม่เกิน 0.08% ต่อปี1
▪ ค่าธรรมเนียมนายทะเบียนหน่วยลงทุนไม่เกิน 0.12% ต่อปี1

 

กองทุนรวม 2018
เครดิตรูปภาพ http://unsplash.com/

มีกองทุนหลากหลายพร้อมให้บริการซื้อขายแก่คุณ

ไม่ว่าจะซื้อ ขาย หรือสับเปลี่ยนกองทุน ก็ทำได้อย่างง่าย สะดวก และรวดเร็ว ทันทุกสถานการณ์ด้านการลงทุน ซึ่งสามารถมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย กับบริการซื้อขายกองทุนผ่านช่องทางต่างๆ

 

นักลงทุนควรรู้ – 5 ขั้นตอนลดความเสี่ยงก่อนลงทุน

1. หาข้อมูลเพิ่มเติมที่ “ห้องเรียนนักลงทุนของ set.or.th” อย่าลงทุนตามกระแส

2. เช็ค Fund Fact Sheet เพื่อดูรายละเอียดกองทุนทุกครั้ง

3. กองทุนรวมเกรด A ต้องมีผลตอบแทนสม่ำเสมอ

4. เรียนรู้การบริหารความเสี่ยง

5. ต้องรู้ว่าใครเป็นคนดูแลกองทุน

 

คุณรู้หรือไม่! วันนี้ KTB มีบริการ iBangking หรือ Mobile Banking ผ่านแอปฯ Krungthai NEXT ซึ่งจะมาเป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวกในทุก ๆ ธุรกรรมการเงินของคุณ ง่าย ๆ ผ่านมือถือ รวมทั้งในเรื่องการลงทุนด้วย มาสรุปสิ่งที่ แอปฯ Krungthai NEXT ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องธุรกรรมการเงินดังนี้

 

  1. เช็กข้อมูลบัญชีเงินฝาก ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินเข้า-ออก
  2. บริการโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ
  3. บริการเติมเงินมือถือและชำระบิลต่างๆ
  4. ชำระเงินกู้ เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบุคคล สินเชื่อ SME หรืออื่น ๆ
  5. เช็กอัตราแลกเปลี่ยน และแลกเงินต่างประเทศถึง 10 สกุลเงินผ่านแอปฯ
  6. ซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล
  7. การลงทุนเป็นเรื่องง่าย จองซื้อหลักทรัพย์ออนไลน์
  8. Video Call เจ้าหน้าที่ธนาคารให้ทำธุรกรรมทางการเงินให้

 

เพราะชีวิตมนุษย์เงินเดือนมองผิวเผินอาจดูเหมือนจะมั่นคง แต่ในความเป็นจริงแล้วอนาคตข้างหน้านั้นไม่มีใครจะรู้ได้ การรู้จักเก็บออมแล้วนำเงินมาลงทุนในรูปแบบต่างๆ นอกจากจะทำให้เงินของคุณงอกเงยเพื่อเป็นหลักประกันของชีวิตยามเกษียณแล้ว ยังช่วยฝึกวินัยในการใช้เงินอีกด้วย ซึ่งใครชอบการลงทุนในรูปแบบไหนจะกองทุนรวม สหกรณ์ หรือฝากประจำ ก็ทดลองเรียนรู้กันไป อาจเริ่มต้นจากการซื้อกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ แล้วค่อยไล่ระดับเมื่อเข้าใจการซื้อหุ้นและการลงทุนมากขึ้นก็ได้ หรือหากมีข้อสงสัยต้องการคำแนะนำเรื่องการลงทุนหรือซื้อกองทุนรวม สามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรงที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน ) โทร 0-2686-6100 ได้เลย

 

อ้างอิง : aommoney.com


ติดต่อเรา

FB Dealcha Travel: www.facebook.com/DealchaTravel
FB Dealcha Cashback: www.facebook.com/DealchaThailand/
Website: www.dealcha.com

Line: @Dealcha 
Instagram: www.instagram.com/DealchaThailand

รู้ยังช้อปออนไลน์ได้เงินคืน
โปรโมชั่น โค้ดส่วนลด ร้านค้าออนไลน์

แชร์บทความนี้

Comments

comments

admin Author