ใกล้เวลาต่อประกันภัยรถยนต์ปีที่ 2 แล้ว เลือกแบบไหนดี!

Man using smartphone at roadside after traffic accident

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า เมื่อตัดสินใจซื้อรถซัก 1 คัน เงินที่คุณต้องจ่ายไม่ใช่แค่ราคารถตามป้าย หรืออุปกรณ์ตกแต่งเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องให้คุณเสียเงินตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อยอีกหลายจุด ทั้งแบบจิปาถะอย่างการล้างรถเคลือบสี เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง หรือติดสติกเกอร์เพิ่มความสวยงาม และแบบที่ต้องจ่ายจริงจัง ซึ่งการทำประกันภัยรถยนต์ก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนนี้เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียเงินกันทุกปีอีกด้วย

แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ถ้าเลือกประกันภัยรถยนต์ให้เหมาะกับรถและไลฟ์สไตล์ของคุณซึ่งเป็นผู้ขับขี่ รับรองว่าไม่แพงอย่างที่คิด มาดูกันดีกว่าว่ามีประกันภัยรถยนต์แบบไหนบ้าง และแต่ละแบบน่าสนใจอย่างไร (ในที่นี้ขอพูดถึงประกันภัยภาคสมัครใจอย่างเดียวนะคะ)

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

รถใหม่ป้ายแดง รถแพง รถอายุยังน้อย มาทางนี้เลยค่ะ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ถือเป็นประเภทที่เหมาะกับรถยนต์เหล่านี้ที่สุด เพราะครอบคลุมความคุ้มครองแทบทุกด้าน และรับเฉพาะรถยนต์และรถกระบะส่วนบุคคลเท่านั้น โดยต้องเป็นรถที่มีอายุไม่เกิน 7 ปีนะคะ สำหรับประกันภัยประเภทนี้ บริษัทจะรับผิดชอบชีวิตและความเสียหายทึ่เกิดกับทรัพย์สินของทั้งผู้เอาประกัน (ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือเข้าของผู้เป็นคนขับรถนั่นเองค่ะ) และคู่กรณี รวมไปถึงบุคคลภายนอกอื่นๆ รวมไปถึงเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างไฟไหม้ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และกรณีรถหายด้วยค่ะ

ครอบคลุมเยอะขนาดนี้ แน่นอนว่าราคาก็ต้องสูงที่สุดแน่นอน อย่างน้อยๆ ก็ประมาณ 13,000 บาทต่อปี ถ้าคุณซื้อรถใหม่ป้ายดีหรือมีรถที่อายุไม่เกิน 7 ปีแต่ไม่งบไม่สูงขนาดนี้ ก็ต้องลองพิจารณาไลฟ์สไตล์ของตัวเองแล้วล่ะค่ะ ในกรณีที่ขับรถวนเวียนอยู่แถวบ้าน ไม่ค่อยได้ออกนอกเส้นทาง และไม่ค่อยประสบอุบัติเหตุเท่าไร อาจเลือกประกันภัยรถยนต์ที่ราคาต่ำกว่านี้ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าความคุ้มครองก็ต้องน้อยลงมาด้วยเช่นกัน ส่วนคนที่ใช้รถเก่า แต่มีอาชีพที่ต้องใช้รถยนต์เยอะอย่างเซลล์ หรือต้องขับไปกลับต่างจังหวัดบ่อยๆ ยอมเจียดเงินซื้อความคุ้มครองแบบเต็มที่ จะอุ่นใจกว่านะคะ

beautiful car against the background of the sky

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2

ประกันภัยรถยนต์ประเภทนี้ราคาต่ำลงมาหน่อย เริ่มต้นตั้งแต่ 6,000 – 10,000 บาท สำหรับการคุ้มครองนั้นเกือบเหมือนกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เลยค่ะ ต่างกันที่ประกันภัยรถยนต์ประเภทนี้รับผิดชอบเฉพาะรถยนต์และทรัพย์สินของคู่กรณีเท่านั้น เรียกว่าถ้าคุณเอารถไปชนก็ต้องจ่ายค่าซ่อมรถเองค่ะ อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยก็ยังคุ้มครองและรับผิดชอบทางร่างกายของทั้งผู้เอาประกันภัยและคู่กรณี รวมไปถึงไฟไหม้ รถหาย และภัยธรรมชาติด้วยค่ะ

ถ้าถามว่าประกันภัยประเภทนี้เหมาะกับใคร เราขอเน้นไปที่ไลฟ์สไตล์ของคนขับดีกว่า โดยควรเป็นคนที่ขับรถระมัดระวัง ไม่เร็ว ไม่ค่อยใช้รถ และความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุต่ำ หรือหากคุณมีความสามารถในการซ่อมรถ รู้จักอู่ซ่อมรถดีๆ ราคากันเอง ก็สามารถเลือกต่อประกันภัยรถยนต์ประเภทนี้ได้ค่ะ

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+

เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองมากกว่าประกันภัยชั้น 2 ปกติ โดยเพิ่มความคุ้มครองต่อรถยนต์ของผู้เอาประกันด้วย แต่เฉพาะกรณีที่เกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์ด้วยกันเท่านั้น และต้องระบุคู่กรณีได้ด้วย เอาเป็นว่าใครงบไม่ถึงประกันภัยชั้น 1 เลือกแบบนี้ไว้ก็ไม่เสียหาย ราคาอยู่ที่ประมาณ 7,000-12,000 บาทค่ะ

อย่างไรก็ตาม ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ของบางบริษัทอาจมีความคุ้มครองอื่นๆ ให้คุณเลือกซื้อเพิ่มเติมได้ด้วย ลองเลือกให้เหมาะกับรถยนต์และสไตล์การขับขี่ของคุณนะคะ

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3

ประกันภัยรถยนต์ที่ราคาต่ำกว่าทุกประเภท สามารถทำได้ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถเช่าเลยค่ะ โดยคุ้มครองและรับผิดชอบตัวรถและทรัพย์สินของคู่กรณี รวมถึงชดเชยค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้เอาประกันภัยและคู่กรณีด้วยค่ะ ใครที่มีงบประมาณไม่มาก ซื้อประกันตัวนี้ไว้ก็อุ่นใจดีนะคะ สนนราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงราวๆ 2,500 บาทสำหรับรถเก๋ง และ 3,500 สำหรับรถกระบะ ด้วยความที่มีหลายราคาเหลือเกิน เราแนะนำให้คุณเปรียบเทียบแต่ละยี่ห้อได้ที่ https://finance.rabbit.co.th/car-insurance เพื่อหาบริษัทที่คุ้มค่าและตอบโจทย์คุณมากที่สุดค่ะ

Olympos, Turkey - October 14, 2009: Frogmen recovering motorcycle near sunken car in Mediterranean Sea in Olympos, Turkey. Olympos, a famous holiday spot in Antalyas Kumluca district, was hit by floods. The floods swept away about 50 cars from the road into the sea.

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+

หลักการคล้ายกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ เลยค่ะ คือการเพิ่มความคุ้มครองต่อรถยนต์ของผู้เอาประกันด้วย แต่เฉพาะกรณีที่เกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์ด้วยกันเท่านั้น และต้องระบุคู่กรณีได้ด้วยค่ะ

ในเมื่อเพิ่มความคุ้มครองขึ้นมาแล้ว ราคาก็ต้องสูงขึ้นสักหน่อย โดยอยู่ที่ 6,500 – 9,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลทีเดียว

อ่านครบหมดทุกประเภทแล้ว คงช่วยให้การตัดสินใจต่อประกันภัยรถยนต์ของคุณง่ายขึ้นนะคะ ลองเลือกความคุ้มครองที่คุณคิดว่าจำเป็น และตั้งงบประมาณที่คิดว่าจ่ายไหว และไม่เป็นภาระจนเกินไป จากนั้นให้เปรียบเทียบรายละเอียดของแต่ละบริษัทให้ดี หากไม่มีเวลาหาข้อมูล ลองใช้บริการเปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์จาก Rabbit Finance ดูนะคะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ต่อประกันได้รวดเร็วทันใจค่ะ พิเศษสำหรับหน้าฝนนี้ อย่าลืมปกป้องรถของคุณด้วยโปรโมชันดีๆ จาก Rabbit Finance จ่ายเริ่มต้นเพียง 1,599 บาท (ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน) คลิกเลย

affiliate-motor-facebook1200x627-1

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *